Su-25 Frogfoot มรดกของโซเวียตที่ยังคงบินอยู่
แน่นอนครับ ผมจะสรุปเนื้อหาทั้งหมดจากบทความที่คุณให้มาทั้งสามส่วนอย่างละเอียด โดยแยกเป็นหัวข้อเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นครับ
สรุปรายละเอียด: ซุคฮอย ซู-25 กรัช (Sukhoi Su-25 Grach)
ซุคฮอย ซู-25 กรัช (Su-25 Grach) หรือชื่อที่นาโต้เรียกว่า Frogfoot คือเครื่องบินขับไล่ไอพ่นสองเครื่องยนต์ ความเร็วต่ำกว่าเสียง พัฒนาในสหภาพโซเวียต โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการ สนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) ให้กับกองกำลังภาคพื้นดิน
1. การพัฒนาและการออกแบบ
ต้นกำเนิดและเที่ยวบินแรก: การพัฒนาเริ่มต้นขึ้นหลังปี 1968 เพื่อสร้างเครื่องบินจู่โจมหุ้มเกราะโดยเฉพาะ เพราะเครื่องบินที่มีอยู่ (เช่น Su-7, MiG-21) ขาดเกราะป้องกันและบินเร็วเกินไปจนยากต่อการระบุเป้าหมาย ต้นแบบแรก (T8-1) ขึ้นบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1975 และเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 1978 ที่เมืองทบิลิซิ ประเทศจอร์เจีย (ในขณะนั้นคือส่วนหนึ่งของโซเวียต)
การออกแบบโครงสร้าง:
วัสดุ: โครงสร้างหลักประกอบด้วยอะลูมิเนียม 60%, เหล็ก 19%, และไทเทเนียม 13.5%
เกราะ: จุดเด่นที่สุดคือ ห้องนักบิน ที่เป็นอ่างหุ้มเกราะเชื่อมด้วย แผ่นไทเทเนียม เพื่อป้องกันนักบินจากกระสุนภาคพื้นดิน มีการติดตั้งพนักพิงศีรษะเหล็กหนา 6 มม.
ปีก: เป็นปีกโลหะแบบยื่น มีจุดแข็งสำหรับติดตั้งอาวุธ 5 จุดต่อปีก มีแอร์เบรกที่ปลายปีก
เครื่องยนต์: รุ่นแรกใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตแบบไม่ใช้สันดาปท้าย R-95Sh สองเครื่อง รุ่นใหม่ (Su-25T/TM) ใช้เครื่องยนต์ R-195 ที่ปรับปรุงแล้ว
อาวุธหลัก: ติดตั้ง ปืนใหญ่อัตโนมัติ (Autocannon) ไว้ใต้ห้องนักบิน
รุ่นต่าง ๆ: รุ่นพื้นฐานคือ Su-25 มีรุ่นฝึกสองที่นั่งคือ Su-25UB, รุ่นลากเป้าคือ Su-25BM, และรุ่นส่งออกคือ Su-25K รุ่นที่พัฒนาต่อมาคือ Su-25T และ Su-25TM (Su-39) และมีการอัปเกรดเป็นมาตรฐาน Su-25SM
สถานะการผลิต: การผลิตหลักสิ้นสุดลงที่จอร์เจียในปี 2010 ในปี 2007 เครื่องบิน Su-25 และ Su-34 เป็นเครื่องบินปีกตรึงหุ้มเกราะเพียงสองรุ่นเท่านั้นที่ยังคงมีการผลิตอยู่
2. ประวัติการรบ (ก่อนปี 2020)
เครื่องบิน Su-25 ได้เข้าร่วมในความขัดแย้งสำคัญมาแล้วมากมายทั่วโลก:
สงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน (1981–1989): เป็นหน่วย Su-25 ชุดแรกที่ประจำการ ปฏิบัติการบินรวม 60,000 เที่ยว และยิงขีปนาวุธนำวิถี 139 ลูก เป็นเครื่องบินที่มีอัตราการปฏิบัติการบินสูงที่สุด (เฉลี่ย 360 เที่ยวต่อปีต่อลำ) สูญเสีย 21–23 ลำจากการรบ และถูกทำลายบนพื้น 9 ลำ
สงครามอิรัก-อิหร่าน (1987–1988): กองทัพอากาศอิรักใช้ Su-25 อย่างหนัก โดยปฏิบัติการรบประมาณ 900 เที่ยว สูญเสียเพียงลำเดียวจากการถูกขีปนาวุธ Hawk ของอิหร่านยิงตก
สงครามอ่าวเปอร์เซีย (1991): Su-25 ส่วนใหญ่ของอิรักถูกทำลายหรือบินหนีไปอิหร่าน มีเพียง 2 ลำที่ถูกยิงตกในการรบทางอากาศกับเครื่องบิน F-15C ของสหรัฐฯ
สงครามในจอร์เจียและเชชเนีย:
สงคราม Abkhazian (1992–1993): ทั้งจอร์เจียและรัสเซียสูญเสีย Su-25 หลายลำจากการถูกยิงด้วยระบบ MANPADS (ขีปนาวุธประทับบ่า)
สงครามเชเชนครั้งที่ 1 และ 2: รัสเซียใช้ Su-25 เป็นกำลังหลักในการโจมตีภาคพื้นดิน แม้จะสามารถครองอากาศได้ แต่ก็สูญเสียเครื่องบินหลายลำจากการยิงของปืนต่อต้านอากาศยานและ MANPADS
สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย (2008): ทั้งสองฝ่ายใช้ Su-25 รัสเซียสูญเสียอย่างน้อย 3 ลำ ถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศ Buk-M1 ของจอร์เจีย
ความขัดแย้งในแอฟริกาและตะวันออกกลาง: ถูกใช้งานโดยเอธิโอเปีย (ในสงครามกับเอริเทรีย), มาซิโดเนีย (ในความไม่สงบปี 2001), ซูดาน (ในสงครามดาร์ฟูร์), ไอวอรีโคสต์ (มีการโจมตีกองกำลังฝรั่งเศส), อิรัก (ต่อสู้กับ ISIS), และรัสเซีย (ในสงครามกลางเมืองซีเรีย)
3. สงครามยุคใหม่ (ปี 2020 เป็นต้นไป)
สงครามนากอร์โน-คาราบัค (2020):
อาร์เมเนีย: อ้างว่า Su-25 ถูก F-16 ของตุรกียิงตก แต่ตุรกีปฏิเสธ
อาเซอร์ไบจาน: ยอมรับว่าสูญเสีย Su-25 หนึ่งลำที่ถูกยิงด้วยระบบ 9K33 Osa ของอาร์เมเนีย โดยเปิดเผยภายหลังว่า Su-25 เป็นกำลังหลักในการโจมตีทางอากาศกว่า 600 เที่ยว และรับบทบาทสำคัญในการทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู
การรุกรานยูเครนของรัสเซีย (2022–ปัจจุบัน):
รัสเซีย: มีการยืนยันภาพการสูญเสีย Su-25 ไปแล้วอย่างน้อย 38 ลำ ในการสู้รบที่ดุเดือด โดยมีทั้งถูกยิงตกด้วย MANPADS และถูกระบุว่าเกิดจากความผิดพลาดของนักบิน มีรายงานเหตุการณ์ Friendly Fire ทางอากาศระหว่าง Su-25 ของรัสเซียเอง และนักบินระดับสูง (พลตรีที่เกษียณแล้ว) ถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธ Stinger
ยูเครน: กองทัพอากาศยูเครนก็สูญเสีย Su-25 หลายลำในช่วงแรกของการรบเช่นกัน บางลำถูกยิงตก นักบินเสียชีวิตหรือถูกจับกุม แต่ก็มีการได้รับเครื่องบินเพิ่ม เช่น การโอน Su-25 จากมาซิโดเนียเหนือ
การปรับตัวล่าสุด (2024–2025): มีรายงานว่ายูเครนประสบความสำเร็จในการปรับปรุง Su-25 ที่เหลืออยู่ให้สามารถบรรทุก ระเบิดร่อนนำวิถีของตะวันตก (เช่น AASM Hammer ของฝรั่งเศส) ได้ ซึ่งช่วยให้สามารถโจมตีจากระยะที่ไกลกว่าเดิม และรอดพ้นจากระยะของระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้
________________________________________________________________________
🔴 "หมายเหตุ" 🔴
รูปภาพหรือ VDO บางส่วนไม่ตรงกับคำบรรยาย ใช้เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเท่านั้น เนื้อหาของ VDO ไม่มีการใส่ความคิดเห็นส่วนตัวจากผู้จัดทำ และไม่มีจุดประสงค์สนับสนุนให้เกิดความขัดแย้ง (โปรดรับชมอย่างมีวิจารณญาณ)
🔴เพจ Facebook
https://www.facebook.com/profile.php?...🔴Blogger
https://thaiweapon.blogspot.com/